Google GOOGLE เว็บไซต์นี้ เว็บไซต์ EC ทั้งหมด
องค์ความรู้
เทคนิคการจัดการพฤติกรรมการเรียนที่บ้าน

เทคนิคการจัดการพฤติกรรมการเรียนที่บ้าน


               ในขณะที่ผู้ปกครองสอนเด็กที่บ้านมักจะพบปัญหาการงอแงของเด็ก การไม่อยากทำกิจกรรม ต่อต้าน เฉื่อยช้า หรือไม่ก็เร่งรีบในการทำกิจกรรมให้เสร็จ สาเหตุหนึ่งที่พบมาจากการที่เด็กกลัวการทำอะไรนานๆ โดยไม่รู้กำหนดเวลาสิ้นสุดการทำงานที่แท้จริง เพราะเด็กไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะต้องนั่งเรียนหรือทำกิจกรรมยาวนานแค่ไหน และเสร็จเมื่อใด เด็กบางคนไม่อยากทำกิจกรรมนานๆ ก็แสดงพฤติกรรมต่อต้านออกมา ทำพฤติกรรมบางอย่าง เพื่อให้ผู้ปกครองรู้สึกมีความยากลำบากในการสอน เมื่อผู้ปกครองหงุดหงิด เบื่อหน่าย ไม่อยากจัดการพฤติกรรมก็อาจทำให้สอนน้อยกว่าปกติหรือไม่ก็หยุดการสอนไปเลย และในทางกลับกันถ้าบางวันเด็กมีความตั้งใจทำกิจกรรมดี ผู้ปกครองจะรู้สึกว่าเด็กมีสมาธิดี มีความตั้งใจ จึงเพิ่มชิ้นงานให้มากกว่าปกติหรือมากกว่าเดิมหลายเท่า
    เด็กหลายๆ คนจะเกิดการเรียนรู้พฤติกรรมดังกล่าวจากผู้ปกครอง ทำให้เด็กเกิดความรู้สึกว่าเวลาเป็นเด็กดีตั้งใจเรียนเมื่อไหร่ ก็จะได้รับชิ้นงานเยอะทุกที แต่ถ้ามีพฤติกรรมต่อต้าน อาละวาดเมื่อใดก็มักจะได้รับชิ้นงานน้อย ลงหรือในบางครั้งก็ไม่ต้องเรียนเลย ดังนั้นในความรู้สึกของเด็กถ้าวันไหนขี้เกียจทำกิจกรรมหรืองานใดๆ ก็ตาม การเลือกที่จะมีพฤติกรรมต่อต้านก็น่าจะดีกว่าการตั้งใจเรียน เพื่อที่จะได้หยุดการสอนของพ่อแม่ผู้ปกครองได้
    ดังนั้นจึงมีการนำ กิจกรรม 3 ตะกร้า มาใช้เพื่อช่วยปรับพฤติกรรมการเรียนในเด็กที่มีปัญหาดังกล่าวข้างต้น เทคนิคนี้เป็นเทคนิคการสอนเพื่อลดความวิตกกังวล ลดพฤติกรรมการต่อต้านการทำกิจกรรมในหลากหลายรูปแบบที่เด็กแสดงออกมา ทั้งนี้เพื่อให้เด็กสามารถรู้ล่วงหน้าว่าตนเองจะต้องทำสิ่งใดบ้างหรือพบเจอสิ่งใดในขณะนั้น โดยไม่ต้องคาดเดาหรือคิดไปเอง สามารถรู้กำหนดเวลาสิ้นสุดในการทำกิจกรรม และเมื่อทำกิจกรรมเสร็จแล้วก็ได้ในสิ่งที่เป็นข้อตกลงตามที่ได้กำหนดไว้ ทั้งนี้การใช้กิจกรรม 3 ตะกร้าจะทำให้เด็กรู้สึกไม่กดดัน มีความมั่นใจในการทำกิจกรรม และสามารถทำกิจกรรมได้เสร็จตามที่กำหนดไว้

ชื่อกิจกรรม 3 ตะกร้า

           
วิธีการ

1.  เตรียมกิจกรรมที่จะสอนเด็ก มา 3 กิจกรรม ใส่ตะกร้าที่ติดหมายเลขไว้ ตะกร้าละ 1 กิจกรรม ยกตัวอย่าง เช่น
ตะกร้าที่ 1 อ่านสะกดคำประสมสระในคำ 2 พยางค์ 20 คำ
ตะกร้าที่ 2 เขียนคำประสมสระตามคำบอก 10 คำ
ตะกร้าที่ 3 การนับจำนวนเขียนสรุปตัวเลข 10 ข้อ

2.  บอกเด็กให้รู้ว่าวันนี้จะต้องเรียนอะไรบ้าง แล้วถามเด็กว่าถ้าเรียนเสร็จหนูอยากทำอะไร เช่น กินขนม เล่นของเล่น ปั่นจักรยาน ดูทีวี หรือออกไปเล่นกับเพื่อน ให้เด็กบอกความต้องการเอง อยู่ในขอบเขตที่ผู้ปกครองอนุญาต หรือจัดหาให้ได้ตามความเหมาะสม หรืออาจมีตัวเลือกกิจกรรมหรือรางวัลให้เด็กเลือกก็ได้เช่นกัน
3.  เมื่อคุยข้อตกลงกันเสร็จแล้ว นำตะกร้าทั้ง 3 ใบมาวางไว้บนโต๊ะใกล้ๆที่เด็กเรียนให้เด็กเห็น ดำเนินการสอนกิจกรรมจากตะกร้าใบที่ 1 เมื่อสอนเสร็จแล้วนำตะกร้าใบที่ 1 ออกไป เพื่อให้รู้ว่าเรียนเสร็จแล้ว จากนั้นสอนกิจกรรมในตะกร้าใบที่ 2 เมื่อสอนเสร็จแล้วนำตะกร้าออกไป และสอนกิจกรรมในตะกร้าใบที่ 3 เมื่อเสร็จสิ้นแล้วเก็บตะกร้าให้เรียบร้อย จากนั้นให้แรงเสริมตามข้อตกลงที่กำหนดไว้ทันที (ในตะกร้าแต่ละใบนั้น ถ้ามีข้อผิดพลาดต้องให้เด็กแก้ไขชิ้นงานให้เสร็จก่อนจะเริ่มตะกร้าใหม่)

ข้อแนะนำเพิ่มเติม
•     ให้จัดการเรียนการสอนโดยใช้กิจกรรม 3 ตะกร้าทุกวันให้เป็นกิจวัตร จะทำให้เด็กคุ้นเคยกับกิจกรรม รับรู้เข้าใจกฏ กติกา ผ่านการมองเห็นและการปฏิบัติซ้ำ
•     กิจกรรมที่ให้ในตะกร้างาน ถ้าเด็กยังทำไม่ได้หรือไม่ผ่านควรฝึกทักษะเดิมซ้ำๆ ในวันต่อไป
•     ในเด็กที่ติดเล่น จนไม่มีสมาธิในการเรียน การมุ่งเน้นจัดการสอนในช่วงเวลาเย็น อาจทำให้ประสิทธิภาพในการเรียนของเด็กลดลงเพราะเด็กห่วงที่จะเล่น อาจเปลี่ยนเป็นช่วง 1-2 ชั่วโมงก่อนเวลาเด็กเข้านอนแทน เพราะเป็นช่วงที่เด็กหนีไปไหนไม่ได้ และผู้ปกครองเองก็เสร็จสิ้นจากภาระงาน
•    สภาพแวดล้อมขณะสอนต้องไม่เปิดทีวี ไม่มีเสียงดัง และไม่มีคนพลุกพล่านเดินไปมา เพราะจะทำให้เด็กไม่มีสมาธิในการเรียน ไม่จดจ่อ วอกแวกได้ง่าย
•    การสอนการบ้านจากที่โรงเรียนเพียงอย่างเดียวอาจเป็นการสอนที่ไม่ตรงกับระดับความสามารถที่เด็กมีอยู่ ผู้ปกครองจะต้องวิเคราะห์ให้ได้ว่าควรฝึกอะไรก่อน เพราะถ้าฝึกในสิ่งที่ยากเกินไปก็จะทำให้ไม่เห็นความก้าวหน้าของเด็ก
•    เวลาสอนไม่ควรดุหรือตีถ้าเด็กทำไม่ได้หรือทำผิด เพราะจะทำให้เด็กรู้สึกไม่อยากเรียนในครั้งต่อไป ให้สอนซ้ำหรือทำใหม่ เพราะการเรียนรู้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเด็กได้ปฏิบัติซ้ำๆ และควรให้กำลังใจหรือคำชมเชยเมื่อเด็กมีความพยายาม
•    ผู้ปกครองหลายท่านมักคิดว่าตนเองไม่ใช่ครู ไม่สามารถสอนได้ เด็กไม่เชื่อฟัง แต่แท้จริงแล้วถ้าได้ลงมือปฏิบัติซ้ำ ๆ เด็กจะคุ้นเคยกับการนั่งเรียนกับผู้ปกครอง จากที่ชอบงอแงร้องไห้ก็จะลดลง และตัวผู้ปกครองเองก็จะคุ้นเคยกับการสอนเด็ก ไม่กลัวการร้องไห้ของเด็ก รู้เขารู้เรา เข้าใจในพฤติกรรม และปรับปรุงเทคนิควิธีการสอนด้วยตนเองได้ในที่สุด
•    ให้คิดไว้เสมอว่าการสอนเด็กไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่งภายในบ้าน ควรให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการช่วยกันดูแลและปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งนี้เพื่อให้เด็กพัฒนาความสามารถทางการเรียนรู้ได้อย่างเต็มศักยภาพที่มีอยู่       

"ไม่มีใครรักลูกเราได้มากเท่าเรา
ไม่มีใครช่วยลูกเราได้มากกว่าตัวเรา
ไม่มีใครรักเราได้มากไปกว่าครอบครัวของเรา
ใช้พลังของความรักให้มีคุณค่า
เสริมสร้างพลังศรัทธาในครอบครัว"

 
โดย ณัฐชฤนันท์ พัฒน์สิทธิโชค (ครูหญิง)
นักวิชาการศึกษาพิเศษ
โรงพยาบาลยุวประสาทไวทโยปถัมภ์
ที่มา : http://www.ycap.go.th/th/index.php/2016-03-25-06-44-26/28-2016-03-28-04-11-23/68-behavior-management-technic-at-home

 

เอกสารดาวน์โหลด
วันที่ประกาศ : 2018-06-05 15:32:10 | ดาวน์โหลด : 39 | ดู : 92
 
 

ศูนย์ความเป็นเลิศด้านกลุ่มอาการออทิซึม : โรงพยาบาลยุวประสาทไวทโยปถัมภ์ @2014
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข